Waymo รถแท็กซี่ไร้คนขับแจ้งตำรวจจับผู้โดยสารพกปืนเถื่อน เตือนสายป่วนอย่าหาทำเพราะรถแอบดูคุณอยู่

อ่าน 10 นาที 0 ผู้อ่าน

Waymo รถแท็กซี่ไร้คนขับแจ้งตำรวจจับผู้โดยสารพกปืนเถื่อน เตือนสายป่วนอย่าหาทำเพราะรถแอบดูคุณอยู่

รถแท็กซี่ไร้คนขับของ Waymo เพิ่งสร้างวีรกรรมใหม่ด้วยการแจ้งตำรวจให้มาจับผู้โดยสารของตัวเองในเมือง San Francisco ครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะรถตรวจเจอว่าคนบนรถพกปืนเถื่อนที่ประกอบเอง (Ghost Gun) และยังบรรจุกระสุนไว้พร้อมใช้งานด้วย ใครที่คิดว่านั่งรถไม่มีคนขับแล้วจะทำอะไรก็ได้คงต้องคิดใหม่ เพราะรถพวกนี้มีตาอยู่รอบตัวและพร้อมจะฟ้องตำรวจทันทีที่เห็นอะไรผิดปกติครับ

1. วัยรุ่นโดนรวบคาแท็กซี่ Waymo หลังพกปืน AR-style กระสุนเต็มแม็ก

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมือง San Francisco เมื่อมีวัยรุ่นสองคนเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับของ Waymo ครับ แต่แทนที่จะได้ไปถึงที่หมายตามปกติ รถกลับหยุดจอดข้างทางและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าทำการจับกุมทันที จากรายงานพบว่าวัยรุ่นทั้งสองคนนี้พกพาอาวุธปืนแบบ AR-style ที่เป็นปืนเถื่อนไม่มีเลขทะเบียน (Ghost Gun) แถมยังมีการบรรจุกระสุนไว้พร้อมยิงอีกด้วย

ทางตำรวจ San Francisco ได้เข้าควบคุมตัววัยรุ่นทั้งสองคนและส่งตัวไปยังสถานพินิจ (Juvenile Hall) ทันทีครับ แม้ในตอนแรกจะไม่มีการระบุชัดเจนว่าใครเป็นคนขับรถคันนั้น หรือรถหยุดได้อย่างไร แต่ในเวลาต่อมาทางโฆษกของ Waymo ได้ออกมายืนยันกับทางสื่อ Los Angeles Times ว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของบริษัทจริง และระบบเป็นคนสั่งให้จอดเพื่อแจ้งเหตุครับ

เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า รถ Waymo ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Driving) แต่ยังมีระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยภายในห้องโดยสารที่ทำงานตลอดเวลาด้วย หากระบบตรวจพบสิ่งของหรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายอันตราย รถจะทำหน้าที่เป็นพยานปากเอกและแจ้งพิกัดให้ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุได้อย่างแม่นยำครับ

2. ระบบตรวจเจอเพราะทำผิดกฎการใช้งานเรื่องอาวุธปืน

โฆษกของ Waymo ให้ข้อมูลกับสื่อ Los Angeles Times ว่าสาเหตุที่รถหยุดและแจ้งตำรวจ เป็นเพราะมีการละเมิดข้อตกลงการใช้บริการ (Terms of Service) ของบริษัทครับ โดยเฉพาะกฎที่ห้ามพกพาอาวุธปืนขึ้นมาบนรถอย่างเด็ดขาด เมื่อระบบเซนเซอร์ภายในรถตรวจพบวัตถุต้องสงสัยที่ดูเหมือนอาวุธ มันจะทำการประเมินความเสี่ยงทันที

สำหรับคนทั่วไปที่ใช้งานแอป Waymo เวลาเรากดสมัครใช้งาน เรามักจะกดยอมรับข้อตกลงยาว ๆ โดยไม่ได้อ่านครับ ในนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าบริษัทมีสิทธิ์ตรวจสอบความปลอดภัยภายในรถเพื่อป้องกันเหตุร้าย ดังนั้นการพกอาวุธปืนขึ้นไปจึงถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ระบบถูกตั้งค่ามาให้จัดการขั้นเด็ดขาด โดยการหยุดรถในที่ปลอดภัยและส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเคสนี้คือ ปืนที่วัยรุ่นพกมาเป็นปืนประเภท Ghost Gun (ปืนผี) ซึ่งเป็นปืนที่สั่งชิ้นส่วนมาประกอบเองและไม่มีหมายเลขทะเบียน ทำให้ยากต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่เทคโนโลยีของ Waymo สามารถระบุรูปทรงของวัตถุอันตรายนี้ได้ และไม่ปล่อยให้ผู้โดยสารที่มีอาวุธเดินทางต่อไปจนถึงจุดหมายที่เป็นชุมชนครับ

3. แผนซ้อนแผน เมื่อรถแกล้งเสียเพื่อหลอกให้คนร้ายติดกับ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Waymo แจ้งจับผู้โดยสารครับ เพราะเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้น โดยมีวัยรุ่นสองคนดื่มเหล้าบนรถและยิงปืนของเล่น (Toy Gun) ออกไปนอกหน้าต่างรถ สิ่งที่น่าทึ่งคือรถ Waymo ไม่ได้เบรกกะทันหันจนน่าสงสัย แต่ใช้วิธี "แกล้งทำเป็นรถเสีย" (Faked having mechanical problems) เพื่อหาจังหวะจอดข้างทางครับ

ในตอนนั้น วัยรุ่นที่อยู่บนรถเข้าใจว่ารถมีปัญหาทางเทคนิคจริง ๆ จึงไม่ได้ขัดขืนหรือพยายามหนี แต่ในความจริงคือระบบคอมพิวเตอร์ของรถสั่งให้หยุดวิ่งเพื่อรอตำรวจมาถึงครับ วิธีการนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่คนร้ายจะตกใจและก่อเหตุรุนแรงขึ้นภายในรถ หรือพยายามบังคับให้รถขับไปในทิศทางที่ต้องการ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่ชาญฉลาดมาก

พฤติกรรมของรถในลักษณะนี้บอกเราว่า AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่ควบคุมรถไม่ได้แค่ขับรถเป็นอย่างเดียว แต่ยังมีความสามารถในการประเมินสถานการณ์ทางสังคมด้วย หากมันพบว่าผู้โดยสารมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อสาธารณะ เช่น การยิงปืนของเล่นใส่คนอื่น หรือพกอาวุธจริง รถจะเปลี่ยนโหมดจากแท็กซี่กลายเป็นกรงขังเคลื่อนที่ทันทีครับ

4. กล้องและเซนเซอร์ในรถที่คอยจับตาดูคุณตลอดเวลา

หลายคนอาจสงสัยว่ารถรู้ได้อย่างไรว่าเราทำอะไรอยู่ข้างใน คำตอบคือภายในรถ Waymo มีทั้งกล้อง (Cameras) และเซนเซอร์ (Sensors) ติดตั้งอยู่หลายจุดครับ แม้ว่ามันจะถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัย เช่น ตรวจดูว่าผู้โดยสารลืมของไว้ไหม หรือมีใครล้มฟุบไปบนเบาะหรือเปล่า แต่ในอีกมุมหนึ่งมันก็คืออุปกรณ์สอดส่องชั้นดีนั่นเอง

ตัวอย่างเช่น หากคุณทำท่าทางเหมือนกำลังหยิบอาวุธ หรือมีการใช้อุปกรณ์ที่ผิดกฎหมาย กล้องภายในรถจะส่งภาพไปยังศูนย์ควบคุมของ Waymo หรือให้ AI วิเคราะห์ภาพเบื้องต้นทันที ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานชั้นดีที่ดิ้นไม่หลุด เหมือนในกรณีของวัยรุ่นที่ San Francisco ที่โดนหลักฐานมัดตัวจนต้องถูกส่งเข้าสถานพินิจ

ดังนั้นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป สิ่งที่ต้องตระหนักคือ "ความเป็นส่วนตัว" (Privacy) บนรถไร้คนขับอาจจะไม่ได้มีมากอย่างที่คิดครับ แม้จะไม่มีคนขับที่เป็นมนุษย์คอยจ้องมองเราผ่านกระจกหลัง แต่มีเลนส์กล้องดิจิทัลและระบบวิเคราะห์พฤติกรรมที่ทำงานแม่นยำกว่ามนุษย์คอยจับตาดูอยู่ทุกการเคลื่อนไหวตลอดการเดินทางครับ

5. ข้อควรระวังและการใช้บริการ Waymo อย่างถูกวิธี

ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปใช้งาน Waymo ในต่างประเทศ หรือในอนาคตที่มีบริการนี้ในไทย สิ่งแรกที่ต้องทำคือศึกษาข้อห้ามในแอปพลิเคชันให้ดีครับ ห้ามพกพาวัตถุอันตราย สารเสพติด หรือทำพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยเด็ดขาด เพราะถ้าเครื่องยนต์หยุดทำงานกลางทางและหน้าจอขึ้นข้อความแจ้งเตือนความปลอดภัย นั่นอาจหมายถึงตำรวจกำลังเดินทางมาหาคุณครับ

หากเกิดเหตุการณ์ที่รถหยุดวิ่งเองโดยที่คุณไม่ได้สั่ง ให้สังเกตที่หน้าจอสัมผัส (Touchscreen) บริเวณคอนโซลหน้าหรือหลังเบาะครับ โดยปกติจะมีเมนู Help (ช่วยเหลือ) ให้คุณกดเพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์ได้ทันที หากเป็นความผิดพลาดของระบบ คุณสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ แต่หากคุณทำผิดกฎจริง เจ้าหน้าที่จะเป็นคนประสานงานกับตำรวจโดยตรง

ขั้นตอนการใช้งานที่ถูกต้องคือ:

  • 1. ตรวจสอบของมีคมหรือวัตถุที่อาจดูเหมือนอาวุธก่อนขึ้นรถ
  • 2. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ภายในรถ
  • 3. หากรถหยุดนิ่งและเปิดไฟฉุกเฉินเอง ให้รอฟังคำแนะนำจากลำโพงในรถ
  • 4. อย่าพยายามงัดประตูหรือทำลายทรัพย์สินของรถ เพราะกล้องจะบันทึกหน้าคุณไว้ชัดเจน

6. อนาคตของรถไร้คนขับในฐานะผู้ช่วยเจ้าหน้าที่รัฐ

ข่าวนี้ทำให้เกิดการพูดถึงอย่างมากในวงการเทคโนโลยีว่า ต่อไปรถไร้คนขับอาจจะกลายเป็นเครื่องมือหลักในการช่วยตำรวจสอดส่องเมือง (Surveillance) ครับ เพราะรถเหล่านี้วิ่งอยู่ทั่วเมืองตลอด 24 ชั่วโมง มีกล้องรอบคันที่เห็นทุกอย่างชัดกว่ากล้องวงจรปิดตามเสาไฟเสียอีก

ในกรณีของ Waymo นี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทเทคโนโลยียินดีที่จะให้ความร่วมมือกับตำรวจ (Law Enforcement) เพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะ แม้ว่าผู้โดยสารจะเป็นลูกค้าที่จ่ายเงินค่าบริการก็ตาม นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้อยู่เหนือไปกว่ากฎหมาย และพร้อมที่จะแจ้งเบาะแส (Snitch) เมื่อพบการกระทำความผิด

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง ข่าวนี้อาจจะเป็นข่าวดีครับ เพราะมันช่วยคัดกรองไม่ให้คนร้ายใช้รถสาธารณะเป็นที่กบดานหรือใช้ในการขนส่งของผิดกฎหมายได้ง่าย ๆ แต่สำหรับสายสิทธิเสรีภาพ นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการถูกจับตามองในทุกย่างก้าวแม้แต่ในเวลาที่นั่งรถส่วนตัวครับ

สรุปสั้น ๆ

เหตุการณ์ Waymo แจ้งตำรวจจับวัยรุ่นพกปืนเถื่อนสอนให้รู้ว่า รถไร้คนขับไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวที่คุณจะทำอะไรผิดกฎหมายก็ได้ครับ รถเหล่านี้มีเซนเซอร์และกล้องที่ฉลาดพอจะแยกแยะอาวุธและพฤติกรรมเสี่ยงตายได้ สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับผู้ใช้ทั่วไปคือ เราต้องระมัดระวังการปฏิบัติตามกฎการใช้งาน (Terms of Service) ให้เคร่งครัดเหมือนการอยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่จริง ๆ หากคุณใช้งานตามปกติก็ไม่มีอะไรต้องกังวลครับ แต่ถ้าคิดจะพกของผิดกฎหมายหรือป่วนรถ เตรียมตัวโดนรถ "แกล้งเสีย" แล้วรอรับหมายเรียกที่ข้างทางได้เลยครับ


ที่มา: Waymo pulls over, calls cops on riders with a ghost gun — The Verge

แชร์ข่าวนี้

เรียบเรียงจากข่าวของ The Verge อ่านข่าวต้นฉบับ ↗

← กลับไปหน้าข่าวสาร