Mecka AI สตาร์ทอัพจ้างคนอัดคลิปฝึกหุ่นยนต์ เตรียมรับเงินทุนก้อนโตจนมูลค่าพุ่งเฉียด 1.8 หมื่นล้านบาท
Mecka AI คือใครและทำไมถึงกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง
Mecka AI เป็นบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2024 โดยทีมงาน 4 คนที่ไม่ได้มาจากสายหุ่นยนต์โดยตรงเลยครับ ทีมผู้ก่อตั้งประกอบด้วย Josh Gao และ Mogen Cheng ที่เคยทำแอปจ่ายเงินในร้านอาหารมาก่อน ร่วมกับ Jason Chong ที่เคยทำกระดานเทรดคริปโต (ที่เก็บและแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล) และ Duy Nguyen ที่ดูแลเรื่องการทำธุรกิจทั่วไป
แม้จะไม่ได้เป็นวิศวกรหุ่นยนต์ แต่พวกเขาเห็นปัญหาใหญ่ที่ไม่มีใครแก้ได้ นั่นคือหุ่นยนต์ในปัจจุบันยังทำงานบ้านหรืองานทั่วไปได้ไม่ดีเอาเสียเลย สาเหตุเพราะมันไม่มีข้อมูลว่ามนุษย์ขยับตัวอย่างไรในชีวิตจริง ข้อมูลเหล่านี้หายากยิ่งกว่าทองคำในวงการไอทีเสียอีกครับ
ชื่อ Mecka มาจากคำว่า Mecha (เมก้า) ที่เรามักเห็นในหนังหรือการ์ตูน ซึ่งหมายถึงหุ่นยนต์ยักษ์ที่มีมนุษย์คอยบังคับอยู่ข้างในนั่นเองครับ บริษัทนี้เลยเน้นการเอาท่าทางของคนจริง ๆ ไปสอนให้หุ่นยนต์ทำงานได้เหมือนคนมากที่สุด
จ้างคนอัดคลิปชงกาแฟเพื่อเอาไปสอนหุ่นยนต์
วิธีการทำงานของ Mecka AI ก็น่าสนใจมากครับ พวกเขาใช้วิธีจ้างคนทั่วไปให้สวมอุปกรณ์เซนเซอร์ (เครื่องมือขนาดเล็กที่ใช้ตรวจจับการเคลื่อนไหว) แล้วถ่ายคลิปตอนที่ตัวเองกำลังทำงานง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การชงกาแฟตอนเช้า หรือการหยิบเครื่องมือมาซ่อมรถในอู่
ข้อมูลการขยับตัวเหล่านี้จะถูกส่งไปให้บริษัทผลิตหุ่นยนต์ เพื่อเอาไปป้อนให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรียนรู้ว่าถ้าจะหยิบแก้วน้ำต้องเอื้อมมือท่าไหน หรือต้องออกแรงกดที่นิ้วแค่ไหนถึงจะไม่ทำแก้วแตก ข้อมูลแบบนี้การเขียนโค้ด (คำสั่งคอมพิวเตอร์) แบบเดิม ๆ ทำได้ยากมากครับ
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอัดคลิปตอนพับผ้า หุ่นยนต์ก็จะเห็นมุมมองจากสายตาคนจริง ๆ หรือที่เรียกว่า Egocentric (การมองผ่านสายตาตัวเอง) ข้อมูลนี้จะบอกหุ่นยนต์ว่านิ้วมือต้องขยับอย่างไรบ้าง ทำให้มันเลียนแบบท่าทางได้เป็นธรรมชาติและทำงานได้จริงมากกว่าแค่การคำนวณในกระดาษ
เม็ดเงินมหาศาลจาก Sequoia Capital และกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่
แหล่งข่าววงในสองรายได้เปิดเผยกับสื่อไอทีชื่อดังอย่าง TechCrunch ว่า Sequoia Capital ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลก กำลังจะเป็นผู้นำในการอัดฉีดเงินรอบใหม่นี้ให้กับ Mecka AI ครับ การที่ยักษ์ใหญ่ระดับนี้ลงมาเล่นด้วย แสดงว่าธุรกิจนี้มีอนาคตไกลแน่นอน
การระดมทุน (การขอเงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ) ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Mecka AI เพิ่งได้เงินไป 60 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท) เมื่อ 3 เดือนก่อนจากกลุ่มทุนอื่น ๆ เช่น Framework Ventures และ Menlo Ventures ซึ่งถือว่าได้เงินไวและเยอะมากสำหรับบริษัทที่เพิ่งเริ่ม
แม้ว่าตอนนี้ทาง Mecka AI และ Sequoia Capital จะยังไม่ยอมออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือยืนยันตัวเลขที่แน่นอน แต่แหล่งข่าวอ้างว่ามูลค่าของบริษัทอาจพุ่งไปถึง 500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียวครับ ทั้งที่ตัวเลขนี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อตกลงสุดท้าย
ทำไมข้อมูลโลกจริงถึงสำคัญกว่าแค่การเขียนโปรแกรม
ปัญหาคอขวดหรือจุดที่ทำให้วงการหุ่นยนต์เดินหน้าต่อไม่ได้ในตอนนี้ คือการขาดข้อมูลในโลกกายภาพ (Physical Data) ครับ เพราะ AI ส่วนใหญ่ในปัจจุบันเก่งแค่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์ เช่น การเขียนบทความหรือวาดรูป แต่พอต้องมาจับต้องสิ่งของจริง ๆ กลับทำได้เงอะงะ
Mecka AI จึงทำหน้าที่เหมือนเป็น โรงเรียนฝึกสอน ที่รวบรวมตัวอย่างการกระทำของมนุษย์มาขายให้บริษัทที่สร้างหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายคน หรือที่เรียกว่า Humanoid (ฮิวแมนนอยด์) เพื่อให้หุ่นยนต์เหล่านั้นฉลาดขึ้นได้แบบก้าวกระโดด
ลองนึกภาพว่าถ้าเราอยากให้หุ่นยนต์ช่วยจัดโต๊ะอาหาร ข้อมูลจาก Mecka AI จะบอกหุ่นยนต์ว่าต้องเดินหลบมุมโต๊ะยังไง หรือต้องวางจานเบาแค่ไหน ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หาไม่ได้จากการอ่านข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แต่ต้องดูจากประสบการณ์จริงของคนเท่านั้นครับ
คู่แข่งในตลาดและการเติบโตที่น่ากลัว
ไม่ใช่แค่ Mecka AI เท่านั้นที่เห็นโอกาสนี้ครับ เพราะยังมีคู่แข่งอย่าง XDOF ที่มีข่าวว่ามูลค่าบริษัทพุ่งไปถึง 1,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท) แล้ว ซึ่งทำธุรกิจเก็บข้อมูลเพื่อฝึกหุ่นยนต์คล้าย ๆ กันเลย
นอกจากนี้ยังมีบริษัทชื่อดังอย่าง Scale AI ที่แต่ก่อนเน้นสอน AI ให้คุยเก่ง ๆ ก็เริ่มขยายธุรกิจมาเก็บข้อมูลท่าทางคนเพื่อสอนหุ่นยนต์ด้วยเหมือนกัน ตลาดนี้จึงกำลังแข่งขันกันดุเดือดมาก เพราะใครมีข้อมูลท่าทางมนุษย์เยอะกว่า คนนั้นก็จะเป็นผู้ชนะ
Josh Gao หนึ่งในผู้ก่อตั้งเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อ Fortune ว่าเขาตั้งเป้าจะทำรายได้ให้ได้ถึง 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) ภายในสิ้นปี 2026 นี้ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับบริษัทที่เน้นขายข้อมูลเพียงอย่างเดียว
อนาคตของหุ่นยนต์ที่จะเข้ามาอยู่ในบ้านเรา
เทคโนโลยีที่ Mecka AI พัฒนาจะส่งผลให้หุ่นยนต์ในอนาคตใช้งานง่ายขึ้นมากครับ ต่อไปคุณอาจจะซื้อหุ่นยนต์มาตัวหนึ่งแล้วมันสามารถทำงานบ้านได้ทันทีเหมือนคนรับใช้เก่ง ๆ โดยที่เราไม่ต้องไปนั่งสอนหรือตั้งค่าอะไรที่วุ่นวายเลย
ตัวอย่างเช่น หุ่นยนต์รุ่นใหม่ ๆ อาจจะใช้ข้อมูลที่ Mecka AI เก็บสะสมไว้มาเป็นพื้นฐานในสมองของมัน ทำให้มันรู้จักวิธีใช้เครื่องซักผ้าทุกยี่ห้อ หรือรู้วิธีหยิบขวดแชมพูที่ลื่น ๆ ในห้องน้ำได้โดยไม่หลุดมือ เพราะมันเคยเห็นคนทำผ่านคลิปมาเป็นล้าน ๆ ครั้งแล้ว
แม้ตอนนี้เราจะยังไม่เห็นรายชื่อลูกค้าที่ชัดเจนของ Mecka AI ว่าเป็นบริษัทไหนบ้าง แต่ห้องแล็บวิจัย AI และบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำทั่วโลกต่างก็เริ่มใช้วิธีเก็บข้อมูลแบบ มุมมองคน นี้กันหมดแล้ว เพื่อเตรียมส่งหุ่นยนต์ออกมาทำงานแทนเราในอนาคตอันใกล้นี้ครับ
สรุปสั้น ๆ
ข่าวนี้บอกเราว่าหุ่นยนต์กำลังจะฉลาดขึ้นและทำงานบ้านได้จริงในอนาคต เพราะมีบริษัทอย่าง Mecka AI คอยทำหน้าที่เก็บข้อมูลท่าทางคนไปป้อนให้พวกมันเรียนรู้ครับ สำหรับคนใช้งานทั่วไปอย่างเรา สิ่งนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนชีวิตในวันนี้ทันที และคุณยังไม่ต้องกดตั้งค่าหรือดาวน์โหลดแอปอะไรเพิ่มเพื่อเตรียมรับมือครับ
แต่สิ่งที่ต้องสังเกตคือ ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า เราอาจจะเริ่มเห็นข่าวหุ่นยนต์ที่ทำงานได้เหมือนคนจริง ๆ วางขายในราคาที่ถูกลงและเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าวันนั้นมาถึงแล้วหุ่นยนต์ยังทำงานผิดพลาดบ่อย ให้ลองดูว่ามันเป็นรุ่นที่ใช้การฝึกจากข้อมูลคนจริง (Human Data) หรือไม่ เพราะเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดข้อผิดพลาดเหล่านั้นได้ดีที่สุดครับ
ที่มา: Mecka AI nears $500M valuation in Sequoia-led deal amid rush for robot training data — TechCrunch
เรียบเรียงจากข่าวของ TechCrunch อ่านข่าวต้นฉบับ ↗