หุ้นหุ่นยนต์ Unitree ร่วงหนัก 53% หลังเปิดตัว ตลาดกังวลมูลค่าบริษัทสูงเกินจริง

อ่าน 6 นาที 0 ผู้อ่าน

หุ้นหุ่นยนต์ Unitree ร่วงหนัก 53% หลังเปิดตัว ตลาดกังวลมูลค่าบริษัทสูงเกินจริง

ราคาหุ้น Unitree ดิ่งลงกว่าครึ่งหลังเข้าตลาด

หุ้นของบริษัท Unitree Robotics ตกลงมาเกือบ 40% จากราคาปิดในวันแรกที่เข้าตลาดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 ทำให้มูลค่าบริษัทหายไปประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากจุดนั้น และหายไปถึง 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากเทียบกับจุดสูงสุด

ราคาหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (Ticker 688836) ปิดที่ 513.93 หยวนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งลดลงจากราคาปิดวันแรกที่ 845 หยวน หรือคิดเป็นตัวเลขลดลงประมาณ 39%

หากเทียบกับราคาที่พุ่งไปสูงสุดในวันแรกที่ 1,100 หยวน ราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าลดลงไปถึง 53% แล้ว แต่ถ้านับจากราคาเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO - การขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก) ที่ 150.80 หยวน ราคาปัจจุบันก็ยังถือว่าสูงกว่าเดิมอยู่กว่า 3 เท่า

ทำไมหุ้นถึงพุ่งสูงเกินจริงในช่วงแรก

ในวันแรกที่เข้าตลาด หุ้น Unitree พุ่งขึ้นถึง 460% ทำให้มูลค่าบริษัททะยานไปถึง 4.45 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสั้นๆ

ก่อนหน้าที่จะเข้าตลาด บริษัทตั้งเป้าหมายมูลค่าไว้ที่ประมาณ 4.2 หมื่นล้านหยวน แต่เมื่อขายจริงกลับตั้งราคาไว้ที่ 150.80 หยวนต่อหุ้น ทำให้บริษัทมีมูลค่าเริ่มต้นที่ประมาณ 6.1 หมื่นล้านหยวน

การที่ราคาหุ้นตกลงมาในตอนนี้ ไม่ได้แปลว่านักลงทุนเลิกเชื่อมั่นในตัวบริษัท แต่มันสะท้อนว่าตลาดกำลังปรับฐานราคาลงมา หลังจากที่เคยพุ่งสูงเกินจริงในช่วงแรกของการเปิดตัว

Unitree มียอดขายจริง ต่างจากคู่แข่งรายอื่น

จุดเด่นที่ทำให้ Unitree แตกต่างจากบริษัทหุ่นยนต์รายอื่นในตะวันตก คือบริษัทนี้มีรายได้เข้ามาจริงแล้ว โดยในปี 2025 บริษัททำรายได้ไปถึง 1.70 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นจาก 392.77 ล้านหยวนในปี 2024

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์) กลายเป็นหัวใจหลักของรายได้ โดยในปี 2025 ทำรายได้ไปถึง 868 ล้านหยวน หรือคิดเป็นกว่า 51% ของรายได้รวมทั้งหมด

ในปี 2025 บริษัทส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปแล้วมากกว่า 5,500 ตัว และคาดการณ์ว่ารายได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จะเติบโตขึ้นอีกประมาณ 36% ถึง 45% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

แรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลของจีน

มีรายงานจากสื่ออย่าง The Information ว่าหน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ของจีน เริ่มเข้มงวดมากขึ้นกับบริษัทหุ่นยนต์ที่ต้องการเข้าตลาดหุ้น โดยมีการตั้งมาตรฐานที่สูงขึ้นสำหรับบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียน

หน่วยงานดังกล่าวได้แจ้งกับธนาคารและบริษัทที่สนใจว่า หากจะเข้าตลาดต้องแสดงให้เห็นถึงรายได้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ความคืบหน้าในการลดการขาดทุน หรือต้องมีนวัตกรรมเทคโนโลยีที่โดดเด่นจริงๆ

รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุในทำนองเดียวกันว่า หน่วยงานของจีนส่งสัญญาณให้บริษัทหุ่นยนต์ต้องโชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการทำกำไรที่ชัดเจนกว่าเดิม ก่อนจะอนุมัติให้เข้าตลาดหุ้น

ยอดขายส่วนใหญ่ยังไม่ใช่การใช้งานจริงในอุตสาหกรรม

แม้ Unitree จะมีรายได้สูง แต่คำถามสำคัญคือรายได้นั้นมาจากไหน โดย The Wall Street Journal ระบุว่ารายได้ไม่ถึง 10% ของปี 2025 มาจากการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมจริง

รายได้กว่า 40% มาจากต่างประเทศ ส่วนอีก 60% มาจากในประเทศจีน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการขายให้ศูนย์ฝึกอบรมหุ่นยนต์กว่า 90 แห่งที่รัฐบาลท้องถิ่นร่วมลงทุน

ศูนย์ฝึกเหล่านี้มักซื้อหุ่นยนต์ไปเพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานผ่านการควบคุมจากระยะไกล ซึ่งแตกต่างจากการที่บริษัทนำหุ่นยนต์ไปใช้งานในโรงงานหรือสายการผลิตจริงๆ

เปรียบเทียบกับคู่แข่งในสหรัฐฯ

หากดูบริษัทอย่าง Agility Robotics จากสหรัฐฯ จะพบว่าพวกเขามีตัวเลขที่ต่างออกไป โดยในปี 2025 บริษัททำยอดขายสุทธิได้เพียง 1.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ขาดทุนจากการดำเนินงานไปถึง 140.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

บริษัทคู่แข่งรายอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีรายได้ไม่มากนัก ทำให้เห็นได้ชัดว่า Unitree นั้นทำรายได้ได้มากกว่าบริษัทอื่นอย่างเห็นได้ชัด

แต่ตลาดในขณะนี้เริ่มตั้งคำถามแล้วว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากไหน และมูลค่าบริษัทที่ระดับ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นั้นสะท้อนความจริงหรือเป็นเพียงการคาดการณ์อนาคตที่สูงเกินไป

สรุปสั้น ๆ

ข่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าเทรนด์หุ่นยนต์กำลังมาแรง แต่ราคาหุ้นที่พุ่งสูงเกินจริงในช่วงแรกนั้นอาจไม่ยั่งยืน สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป คุณยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น แต่ควรจับตาดูว่าในอนาคต Unitree จะสามารถนำหุ่นยนต์ไปใช้ในงานอุตสาหกรรมจริงได้มากน้อยแค่ไหน เพราะนั่นคือตัวชี้วัดว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาช่วยงานเราได้จริงในชีวิตประจำวันหรือไม่


ที่มา: Unitree shares down 53% from IPO debut — The Robot Report

แชร์ข่าวนี้

เรียบเรียงจากข่าวของ The Robot Report อ่านข่าวต้นฉบับ ↗

← กลับไปหน้าข่าวสาร