ยุโรปลุยเดี่ยวภารกิจดาวศุกร์ Envision หลัง NASA ถอนตัวส่งเครื่องมือเรดาร์สำคัญ

อ่าน 9 นาที 0 ผู้อ่าน

ยุโรปลุยเดี่ยวภารกิจดาวศุกร์ Envision หลัง NASA ถอนตัวส่งเครื่องมือเรดาร์สำคัญ

องค์การอวกาศยุโรปตัดสินใจเดินหน้าภารกิจส่งยานไปสำรวจดาวศุกร์ด้วยตัวเองอย่างเต็มตัวแล้วครับ หลังจากที่ทาง NASA แจ้งว่าอาจจะไม่สามารถส่งเครื่องมือสำคัญมาให้ได้ตามที่เคยตกลงกันไว้ ภารกิจนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เราได้เห็นภาพพื้นผิวของดาวศุกร์ในแบบที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ยานสำรวจลำนี้มีชื่อว่า Envision ซึ่งจะถูกส่งไปโคจรรอบดาวศุกร์เพื่อทำแผนที่พื้นผิวอย่างละเอียด เป้าหมายหลักคือการไขปริศนาว่าดาวที่อยู่ใกล้โลกเรามากที่สุดดวงนี้มีสภาพเป็นอย่างไรกันแน่ แม้จะไม่มีเครื่องมือจากอเมริกาแต่ยุโรปก็ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้โครงการนี้ต้องหยุดชะงักลงแน่นอน

ทำไมยุโรปถึงต้องลุยเดี่ยวในครั้งนี้?

เดิมที NASA และองค์การอวกาศยุโรปหรือ ESA เคยทำข้อตกลงร่วมกันในปี 2024 เพื่อจะสร้างยาน Envision ลำนี้ขึ้นมา โดยทาง NASA รับปากว่าจะสร้างเครื่องมือเรดาร์ (ระบบส่งสัญญาณคลื่นวิทยุเพื่อวาดภาพ) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของยานให้ แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่ของ NASA ยอมรับว่าคงไม่สามารถทำตามสัญญานั้นได้แล้ว

เมื่อเครื่องมือชิ้นสำคัญหายไป ทางโครงการ Envision เลยต้องปรับแผนกันยกใหญ่เพื่อหาทางสร้างเครื่องมือนี้ขึ้นมาเองแทน นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการบอกว่าตอนนี้พวกเขากำลังเดินหน้าแบบเต็มสูบเพื่อให้ภารกิจนี้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะดาวศุกร์เป็นดาวที่มีความลับรอให้เราไปค้นหาอีกมากมาย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเหมือนคุณกำลังจะประกอบคอมพิวเตอร์แรงๆ สักเครื่อง แล้วเพื่อนบอกว่าจะให้การ์ดจอตัวท็อปฟรีๆ แต่สุดท้ายเพื่อนเปลี่ยนใจกะทันหัน คุณที่อยากเล่นเกมมากก็เลยต้องตัดสินใจเก็บเงินซื้อการ์ดจอเองเพื่อให้ออกแบบคอมพิวเตอร์ได้ตามเป้าหมายเดิมนั่นเองครับ

รู้จักกับ Envision ยานสำรวจที่จะไปส่องดาวศุกร์

ยาน Envision คือยานอวกาศแบบโคจรรอบดาว (Orbiter) ที่ยุโรปเป็นผู้สร้างขึ้นมาเพื่อส่งไปศึกษาดาวศุกร์โดยเฉพาะ ยานลำนี้จะบรรจุเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ไว้หลายอย่างเพื่อใช้ตรวจวัดค่าต่างๆ และส่งข้อมูลกลับมายังโลกให้เราได้ศึกษาฟิสิกส์ของดวงดาว

หน้าที่หลักของมันคือการเป็นตากล้องที่คอยถ่ายภาพพื้นผิวดาวศุกร์ส่งกลับมาให้คนบนโลกได้ดูแบบละเอียดสุดๆ ซึ่งการสำรวจครั้งนี้จะเน้นไปที่การดูการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา เช่น การเคลื่อนที่ของเปลือกดาวหรือร่องรอยของการสั่นสะเทือนที่อาจเกิดขึ้นบนดาวดวงนั้น

โครงการนี้จะใช้จรวด Ariane 6 ซึ่งเป็นจรวดรุ่นใหม่ล่าสุดของยุโรปในการส่งยานขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของยุโรปที่สามารถทำภารกิจอวกาศขนาดใหญ่ได้เองตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การสร้างยานไปจนถึงการยิงจรวดส่งขึ้นไป

พลังของเรดาร์ที่มองทะลุเมฆกรดได้

ดาวศุกร์เป็นดาวที่มีอุปสรรคในการถ่ายภาพเยอะมาก เพราะมันถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาทึบที่ทำมาจากกรดซัลฟิวริก (กรดกำมะถันที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง) ทำให้กล้องถ่ายรูปทั่วไปที่ใช้แสงปกติไม่สามารถมองเห็นพื้นผิวด้านล่างได้เลย

เทคโนโลยีเรดาร์จึงเป็นวิธีเดียวที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการมองทะลุชั้นเมฆพวกนี้ลงไปได้ โดยหลักการคือการส่งคลื่นวิทยุลงไปกระทบพื้นผิวแล้วรอให้มันสะท้อนกลับมาเพื่อสร้างเป็นภาพจำลองของภูมิประเทศที่อยู่ข้างล่างนั้นแทนการใช้เลนส์กล้องแบบปกติ

ถ้าลองนึกภาพตามก็เหมือนกับการที่คุณใช้เครื่องเอกซเรย์ (เครื่องฉายรังสีเพื่อดูภายในร่างกาย) เพื่อมองดูกระดูกในตัวเรานั่นแหละครับ แม้ผิวหนังจะบังอยู่แต่รังสีก็มองทะลุเข้าไปได้ เรดาร์บนยาน Envision ก็จะทำหน้าที่แบบเดียวกันนั้นกับก้อนเมฆบนดาวศุกร์

ความชัดที่มากกว่าเดิมถึง 10 เท่า

ถ้าเราย้อนกลับไปดูข้อมูลล่าสุดที่เรามีเกี่ยวกับดาวศุกร์ ส่วนใหญ่จะมาจากภารกิจของ NASA เมื่อช่วงปี 1990 หรือประมาณ 30 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งในตอนนั้นเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าเท่าปัจจุบัน ทำให้ภาพที่ได้ยังมีความละเอียดไม่สูงนัก

แต่ยาน Envision จะมาพร้อมกับเรดาร์รุ่นใหม่ที่สามารถทำแผนที่พื้นผิวได้ละเอียดกว่าเดิมถึง 10 เท่า ความละเอียดที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มองเห็นลักษณะของหิน ดิน และร่องรอยต่างๆ บนดาวศุกร์ได้ชัดเจนเหมือนเราไปยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ

ตัวอย่างเช่น จากเดิมที่เราอาจจะเห็นแค่ภูเขาลูกใหญ่ๆ เป็นก้อนเบลอๆ ในภาพถ่ายรุ่นเก่า แต่ด้วยยาน Envision เราจะสามารถเห็นไปถึงรอยแตกเล็กๆ บนยอดเขา หรือเห็นทิศทางการไหลของลาวาที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้อย่างแม่นยำ

ภารกิจตามหาภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ

หนึ่งในคำถามที่นักวิทยาศาสตร์อยากรู้มากที่สุดคือ บนดาวศุกร์ยังมีภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่หรือเปล่า (ภูเขาไฟที่ยังมีพลัง) เพราะถ้าเราเจอภูเขาไฟที่ยังทำงานอยู่จริง มันจะเปลี่ยนความเข้าใจของเราที่มีต่อดาวดวงนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

ยาน Envision จะใช้เครื่องมือพิเศษคอยสแกนหาจุดที่อาจมีการปล่อยความร้อนหรือก๊าซออกมาจากใต้ดิน ซึ่งเป็นสัญญาณของการระเบิดของภูเขาไฟ การค้นพบนี้จะช่วยบอกเราได้ว่าดาวศุกร์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาเหมือนกับโลกของเราหรือไม่

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้กล้องตรวจจับความร้อนหาตำแหน่งของเตาแก๊สที่ยังเปิดทิ้งไว้ในบ้านที่มืดสนิท ยานลำนี้ก็จะทำหน้าที่คล้ายๆ กันในการหาจุดที่ร้อนระอุบนดาวศุกร์เพื่อพิสูจน์ว่าดาวดวงนี้ยังไม่ "ตาย" และยังมีกิจกรรมภายในที่รุนแรงอยู่

ข้อตกลงที่เปลี่ยนไปกับ NASA

ตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทำไว้ในปี 2024 NASA เคยตกลงว่าจะสนับสนุนภารกิจนี้ในหลายด้าน ทั้งการสร้างเรดาร์หลักและการให้ใช้เครือข่าย Deep Space Network (เสารับสัญญาณอวกาศขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วโลก) เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารและติดตามยาน

เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ทางยุโรปก็จะยอมให้นักวิจัยจากฝั่งอเมริกาเข้ามามีส่วนร่วมในทีมวิทยาศาสตร์ของ Envision ด้วย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้แชร์ความรู้และข้อมูลที่ค้นพบร่วมกันในการศึกษาความลับของระบบสุริยะ

แม้ว่าตอนนี้เรื่องเครื่องมือเรดาร์จะมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่ยุโรปก็ยังคงรับผิดชอบในการสร้างตัวยานและเครื่องมือวิทยาศาสตร์อื่นๆ ทั้งหมด รวมถึงการบริหารจัดการการปล่อยยานด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้ตามกำหนดการเดิม

สรุปสั้น ๆ

ข่าวนี้บอกเราว่ายุโรปกำลังจะกลายเป็นผู้นำในการสำรวจดาวศุกร์แบบเต็มตัว โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือหลักจาก NASA อีกต่อไป แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงแผนกะทันหันแต่เป้าหมายยังเหมือนเดิม คือการไปถ่ายภาพดาวศุกร์ให้ชัดกว่าเดิม 10 เท่าเพื่อหาภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ สำหรับคนทั่วไปอย่างเรา สิ่งที่จะได้รับคือภาพถ่ายอวกาศที่สวยงามและชัดเจนที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งจะถูกนำมาเผยแพร่ให้เราได้เห็นกันในอนาคตเมื่อยานเดินทางไปถึงเป้าหมาย คุณไม่ต้องทำอะไรเพิ่มนอกจากรอติดตามชมภาพความมหัศจรรย์ของดาวศุกร์ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ของคุณได้เลยครับ


ที่มา: Europe will go it alone on Venus mission after NASA yanks radar instrument — Ars Technica - All content

แชร์ข่าวนี้

เรียบเรียงจากข่าวของ Ars Technica - All content อ่านข่าวต้นฉบับ ↗

← กลับไปหน้าข่าวสาร