เตือนคนทำแอป! จ่ายเงินโฆษณา Google ไปเกือบหมื่น แต่ดันได้ 'หุ่นยนต์' มาโหลดแอปแทนคนจริงถึง 60%
เรื่องนี้สำคัญกับคุณอย่างไร
เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่อยากโปรโมทแอปหรือสินค้าผ่าน Google Ads (ระบบโฆษณาของ Google) ครับ เจ้าของแอปเกมชื่อ Dayzle ลองจ่ายเงินค่าโฆษณาไปประมาณ 5,800 บาท ผลที่ได้คือยอดดาวน์โหลดส่วนใหญ่เป็นหุ่นยนต์ไม่ใช่คนจริง ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินฟรีแบบนี้ ต้องรู้วิธีสังเกตและป้องกันตัวเองก่อนจะสายเกินไป
จุดเริ่มต้นของงบโฆษณา CA$220 (ประมาณ 5,800 บาท)
เจ้าของแอป Dayzle ซึ่งเป็นเกมแนวแก้ปริศนา ได้ลองตั้งงบโฆษณาไว้ที่วันละประมาณ 1,000 บาท (CA$40) เป้าหมายของเขาคืออยากให้คนกดติดตั้งแอปให้ได้มากที่สุด ช่วงแรกเขากำหนดว่าต้องจ่ายค่าติดตั้งไม่เกิน 40 บาทต่อคน (Target Cost Per Install) แต่ปรากฏว่า Google หาคนมาโหลดในราคานี้ไม่ได้เลย ทำให้โฆษณาแทบไม่วิ่งและไม่เสียเงินเลยในช่วงแรก
เขาเลยลองปลดล็อกเพดานราคาออกเพื่อให้โฆษณาทำงานได้เต็มที่ โดยไม่ได้กำหนดราคาต่อหัวไว้อีกต่อไป พอปลดล็อกเสร็จ Google ก็เริ่มใช้เงินทันทีอย่างรวดเร็ว จนมียอดใช้จ่ายพุ่งไปถึง 2,100 บาท (CA$80) ภายในวันเดียว และรายงานกลับมาว่ามีคนโหลดแอปไปแล้ว 21 ครั้ง
ในตอนแรกเขารู้สึกตื่นเต้นมากเพราะคิดว่าโฆษณาได้ผลดีเกินคาด แต่เมื่อเขาลองไปเช็คข้อมูลในระบบจัดการหลังบ้านของตัวเอง (Admin Panel) กลับพบว่ามีคนลงทะเบียนเข้าใช้งานจริง ๆ แค่ 1 คนเท่านั้น ตัวเลขที่หายไป 20 คนทำให้เขาเริ่มสงสัยว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้องเสียแล้ว
ความผิดปกติเมื่อตัวเลขใน Google ไม่ตรงกับความจริง
เขาตัดสินใจขุดลึกเข้าไปในข้อมูลดิบเพื่อหาความจริงว่า 20 คนที่เหลือหายไปไหน ข้อมูลบอกว่าเครื่องที่โหลดแอปไปเป็นรุ่นเก่าที่ Google Play Store (ร้านค้าแอปของ Android) เลิกแจกจ่ายไปแล้วหลายวัน นั่นหมายความว่าโทรศัพท์พวกนี้ไม่ได้โหลดแอปมาจากร้านค้าทางการ แต่แอบเอาไฟล์ติดตั้งจากที่อื่นมาลงเอง
โทรศัพท์ทั้ง 20 เครื่องนี้ทำพฤติกรรมเหมือนกันเป๊ะ คือเปิดแอปขึ้นมาแล้วก็ปิดทันทีภายใน 0 วินาที โดยไม่มีการกดเล่นเกมหรือแตะหน้าจอส่วนอื่นเลย พวกมันกระจายตัวอยู่ใน 19 รัฐที่ต่างกันและใช้มือถือถึง 28 รุ่น เพื่อพยายามปลอมตัวให้ดูเหมือนเป็นคนละคนกัน แต่การที่ทุกคนทำแบบเดียวกันหมดมันคือร่องรอยของสิ่งที่เรียกว่า บอท (Bot) หรือโปรแกรมอัตโนมัติ
สรุปในเวลา 2 สัปดาห์ เขาเสียเงินค่าโฆษณาไปกับยอดติดตั้งทั้งหมด 56 ครั้ง แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดกลับพบว่าเป็นบอทไปแล้ว 33 ครั้ง และมาจากประเทศที่เขาไม่ได้สั่งให้โฆษณาไปลงอีก 7 ครั้ง สรุปคือมีคนจริง ๆ ที่ได้เล่นเกมของเขาแค่ 13 คนเท่านั้น จากงบประมาณที่เสียไปหลายพันบาท
ทำไม Google ถึงโดนหลอกได้ง่ายขนาดนี้?
ระบบของ Google Ads จะทำงานตามเป้าหมายที่เราสั่งไว้ (Optimization Goal) ในกรณีนี้เจ้าของแอปสั่งว่า 'ขอแค่คนมาติดตั้งแอป' ฟาร์มบอท (Bot Farm หรือกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหลอกระบบโฆษณา) รู้จุดอ่อนนี้ดี พวกมันจะดูวิดีโอโฆษณาสั้น ๆ แต่ไม่กดคลิก แล้วไปสั่งให้โปรแกรมติดตั้งแอปจากไฟล์ที่เก็บไว้ในเครื่องแทนเพื่อให้ประหยัดเวลาและหลบเลี่ยงการตรวจสอบจาก Play Store
Google จะเข้าใจผิดว่าการดูวิดีโอแล้วมีการติดตั้งแอปเกิดขึ้นทันทีคือผลงานของโฆษณา (Conversion) ยิ่งบอททำแบบนี้บ่อยขึ้น ระบบสมองกลของ Google (Algorithm) ก็ยิ่งคิดว่าฟาร์มบอทกลุ่มนี้คือกลุ่มลูกค้าชั้นดีที่ชอบแอปของเราจริง ๆ
ผลที่ตามมาคือ Google จะยิ่งส่งโฆษณาไปหาบอทพวกนั้นวนไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่าทำแล้วได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย กลายเป็นวงจรที่ทำให้เงินโฆษณาของเราไหลไปเข้ากระเป๋าเจ้าของฟาร์มบอทโดยที่เราไม่ได้ลูกค้าจริงเลยแม้แต่คนเดียว
วิธีแก้เกมด้วยการเปลี่ยน 'เป้าหมาย' ให้ยากขึ้น
เจ้าของแอป Dayzle ไม่ยอมแพ้ เขาเปลี่ยนวิธีตั้งค่าโฆษณาใหม่ทันที จากเดิมที่ตั้งเป้าแค่ 'เปิดแอปครั้งแรก' เปลี่ยนเป็น 'ต้องเล่นเกมให้ชนะ 1 ตาก่อน' ถึงจะนับว่าโฆษณานั้นสำเร็จ การแก้โจทย์เกมซูโดกุ (Sudoku) หรือเกมปริศนาในแอปนั้นเป็นเรื่องที่เขียนโปรแกรมให้หุ่นยนต์ทำตามได้ยากและใช้ต้นทุนสูงกว่ามาก
วิธีนี้คือการสร้างเกราะป้องกันให้แอปขนาดเล็ก เพราะถ้ามิจฉาชีพต้องเสียเวลาเขียนโค้ดซับซ้อนเพื่อมาหลอกเอาเงินโฆษณาเพียงเล็กน้อย พวกเขาจะไม่คุ้มทุนและหนีไปหาเหยื่อรายอื่นแทน การตั้งเป้าหมายโฆษณาให้ลึกขึ้น (Lower Funnel) จึงเป็นวิธีที่ช่วยคัดกรองคนจริงออกจากหุ่นยนต์ได้ดีที่สุด
ถ้าคุณกำลังทำโฆษณาอยู่ ลองเช็คในหน้าการตั้งค่า Campaign (แคมเปญ) แล้วมองหาหัวข้อ Conversion Goal (เป้าหมายการเปลี่ยนเป็นลูกค้า) จากนั้นให้เลือกเหตุการณ์ที่หุ่นยนต์ทำตามได้ยาก เช่น การสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์ หรือการกดซื้อสินค้าจริง แทนการนับแค่ยอดคนเข้าเว็บไซต์หรือยอดดาวน์โหลดแอป
บทเรียนราคาแพงและการขอเงินคืนจาก Google
ปัจจุบันเจ้าของแอปกำลังยื่นเรื่องเพื่อขอคืนเงินผ่านแบบฟอร์มที่เรียกว่า Invalid Traffic Form (แบบฟอร์มรายงานการเข้าใช้งานที่ผิดปกติ) ซึ่งเป็นช่องทางที่ Google เปิดไว้ให้เราแจ้งเมื่อพบว่ามียอดคลิกหรือยอดติดตั้งที่ดูเหมือนการโกงเกิดขึ้น
เขาฝากเตือนทุกคนว่า ถ้าบอทพวกนี้สามารถหาเงินโฆษณาจากแอปเล็ก ๆ ของเขาเจอ มันก็สามารถหาเงินจากงบโฆษณาของคุณเจอได้เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะมีงบหลักร้อยหรือหลักแสน ข้อมูลรายงานที่ Google ส่งมาให้ดูว่ามีคนคลิกเท่าไหร่หรือโหลดเท่าไหร่นั้น อาจจะเป็นตัวเลขจริงในเชิงสถิติ แต่มันอาจไม่ใช่ 'คนจริง' เสมอไป
หากคุณพบว่ายอดขายหรือยอดผู้ใช้งานจริงในร้านค้าของคุณไม่เพิ่มขึ้นเลย ทั้งที่ยอดคนคลิกโฆษณาพุ่งกระฉูด ให้รีบเข้าไปตรวจสอบที่เมนู Reports (รายงาน) ใน Google Ads แล้วดูหัวข้อ Invalid Clicks (คลิกที่ไม่ถูกต้อง) เพื่อดูว่า Google ได้คืนเงินส่วนที่ตรวจจับได้มาให้บ้างหรือยัง ถ้ายังไม่ดีขึ้น การหยุดโฆษณาชั่วคราวเพื่อปรับเป้าหมายใหม่คือทางออกที่ดีที่สุด
สรุปสั้น ๆ
ข่าวนี้สอนให้รู้ว่ายอดดาวน์โหลดแอปที่เราเห็นเยอะ ๆ อาจไม่ได้มาจากคนจริงเสมอไป แต่เกิดจากฟาร์มบอทที่จ้องจะสูบเงินโฆษณา สิ่งที่คนทำธุรกิจต้องทำคือ 1. เลิกตั้งเป้าหมายโฆษณาแค่ยอดดาวน์โหลดหรือยอดคลิก 2. เปลี่ยนไปตั้งเป้าหมายเป็นการกระทำที่ทำยากขึ้น เช่น การเล่นเกมจนจบหรือการลงทะเบียน 3. หมั่นตรวจสอบข้อมูลหลังบ้านของตัวเองเทียบกับรายงานโฆษณาเสมอ ถ้าตัวเลขไม่ตรงกัน ให้รีบแจ้ง Google หรือหยุดโฆษณาทันทีเพื่อรักษาเงินในกระเป๋าครับ
ที่มา: I spent $220 on Google app ads. 60% of the installs were robots — Hacker News
เรียบเรียงจากข่าวของ Hacker News อ่านข่าวต้นฉบับ ↗